#สามียกนิ้วให้เธอก่อนขึ้นรถบัส จู่ๆลูกเกิด 'ไม่หายใจ' ทำวุ่นกันทั้งคัน ก่อนรู้ความจริงทำเอาทุกคนแทบคลั่ง!


เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์มิเรอร์ได้เปิดเผยภาพชวนตระหนก เมื่อกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพของแม่รายหนึ่งที่อุ้มร่างไร้วิญญาณของลูกขึ้นรถบัสในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยที่คนรักของเธอยังยกนิ้วให้แทนสัญญาณอวยพรให้โชคดี ก่อนจะเกิดความแตกตื่นขึ้นภายในรถบัสเมื่อผู้โดยสารคนอื่นรับรู้ถึงความผิดปกติของเด็ก

สำหรับเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2559 เมื่อ โรซาลีน เบเกอร์ วัย 25 ปี ได้อุ้มลูกน้อยขึ้นรถบัสสาย 25 แต่ไม่นานนักเธอก็ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้โดยสารที่นั่งอยู่ติดกัน ชี้ให้เห็นว่าลูกสาววัย 1 ขวบ 4 เดือน ไม่หายใจแล้ว ทำให้คนบนรถต่างแตกตื่นและพยายามหาทางช่วยเหลือเด็ก ซึ่งตรงข้ามกับตัวแม่เด็กที่กลับดูนิ่งสงบ และยังคงใช้มือถือส่งข้อความหาญาติอย่างใจเย็น


ด้าน แอนโธนี่ สเตดแมน เจ้าหน้าที่พยาบาลซึ่งถูกเรียกไปยังที่เกิดเหตุ ชี้ว่า ตลอดชีวิตการทำงานเขาไม่เคยเห็นพ่อแม่คนใดมีปฏิกิริยาต่อลูกที่ตายแล้ว หรือใกล้ตาย เหมือนที่โรซาลีนแสดงออกเลย เธอไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ราวไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาคิดว่าเธอดูใจเย็นมาก และในช่วงเวลากว่า 40 นาทีที่แพทย์พยายามยื้อชีวิตเด็กน้อยสุดกำลัง เธอก็เอาแต่ก้มหน้าส่งข้อความผ่านมือถือ ไม่เคยถามว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง


อย่างไรก็ตามการตายของเด็กน้อยดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยมีร่องรอยบาดเจ็บที่กะโหลกศีรษะและสมอง แขนถูกดึงและบิด ข้อมือหัก แถมยังซี่โครงหักเป็นท่อน ๆ ทำให้แพทย์เชื่อว่าเด็กน่าจะเป็นเหยื่อของความรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญยังลงความเห็นว่าเด็กน่าจะเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมงก่อนมาถึงโรงพยาบาล หลังจากนั้นไม่นาน โรซาลีน กับ เจฟฟรีย์ วิลท์แชร์ วัย 52 ปี ก็ถูกตำรวจจับกุม


ภายหลังถูกจับกุม ทั้งคู่ยังคงปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นในการตายของลูก ขณะที่โรซาลีนโทษว่าคนรักของเธอคือคนที่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก ชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาเธอถูกเขาทำร้ายร่างกายและข่มขู่หลายครั้ง แม้แต่ตอนที่เธอท้องก็ยังถูกทำร้ายจนคลอดลูกก่อนกำหนด จากนั้นคนรักของเธอก็ไม่เคยโผล่มาดูลูกที่โรงพยาบาลเลย


โรซาลีน อ้างว่าเธอมักจะเห็นลูกร้องไห้หลังจากที่เธอกลับมาจากไปซื้อของนอกบ้าน โดยทิ้งให้เขาอยู่กับพ่อในห้องเช่าเล็ก ๆ ตามลำพัง ในวันที่เกิดเหตุเธอก็ไม่ได้สังเกตความผิดปกติใด ๆ ของลูก ยกเว้นรอยแถวตา
อย่างไรก็ตามต่อมาเธอกลับอ้างว่า ในเช้าวันที่เกิดเหตุเธอพบว่าหน้ากับมือของลูกเย็นจัด เธอสงสัยว่าเจฟฟรีย์จะทำอะไรลูก แต่เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรเลย แถมยังจับลูกไปเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วนำเด็กมาให้เธอ


ขณะที่เจฟฟรีย์ยังคงยืนกราน ไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ทำอะไร คิดว่าเด็กเพียงมีปัญหาเรื่องการหายใจเท่านั้น และเขายืนยันว่าไม่เคยใช้ความรุนแรงกับลูก ๆ คนใด ทั้งที่เกิดจากแฟนเก่าทั้งหลายและเด็กคนนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กตายแล้วจนกระทั่งถูกจับ
การพิจารณาคดีในชั้นศาลผ่านมาเนิ่นนาน กระทั่งในเดือนเมษายนนี้ คณะลูกขุนจึงได้ร่วมกันตัดสินคดีของทั้งคู่ โดยผลปรากฏว่าโรซาลีนกับเจฟฟรีย์ไม่มีความผิดในฐานฆาตกรรมลูกน้อย แต่พวกเขาจะมีความผิดในฐานเป็นสาเหตุหรือปล่อยให้ลูกถึงแก่ความตาย ซึ่งผู้พิพากษาจะมีการตัดสินโทษของทั้งคู่ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

ข้อมูลและภาพจาก kapook

ชมคลิป..

Loading...

No comments:

Post a Comment