#วอนผู้ใจบุญช่วย อดีตสาวโรงงานพิการจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน แม่ต้องดูแลเพียงลำพัง


วันที่ 26 เมษายน นางสาวกนกกาญจน์ มั่นคง หรือ น้องเจมส์ อยู่หมู่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง อดีตสาวโรงงานวัย 21 ปี ต้องประสบอุบัติเหตุหลังถูกรถพ่วงเฉี่ยวชน ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์กับเพื่อนเพื่อที่จะเดินทางไปหาเพื่อนอีกคนหนึ่งที่หอพัก จนเพื่อนที่ซ้อนท้ายมาด้วยกันเสียชีวิตคาที่ ส่วนตัวเองต้องพิการทางสมองนอนใส่สายยางให้อาหาร แม้จะสวมหมวกนิรภัยป้องกันแล้วก็ตาม ส่วนแม่ต้องออกจากงานที่รับจ้างดูแลผู้สูงอายุมาคอยเลี้ยงดูอยู่ที่บ้าน ทำให้ไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว แถมรถกระบะที่เจ้าตัวซื้อเอาไว้ใช้หวังให้ครอบครัวสบายต้องขาดส่งไฟแนนซ์กำลังจะถูกยึดไปในไม่ช้า ด้านคู่กรณียังเงียบไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายเพียงแต่จ่ายค่ายานอกให้ จำนวน 70,000 บาท ส่วนคดียังไม่คืบหน้าได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่าอยู่ระหว่างดำเนินคดี

ด้านนางสายฝน ปัญญาดี แม่น้องเจมส์ เปิดเผยว่า น้องเจมส์ เหมือนเป็นเสาหลักของบ้าน หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 6 ได้สมัครเข้าทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งใน อำเภอม่วงค่อม จังหวัดสระบุรี ได้เงินเดือนประมาณ 18,000 บาท ส่วนตนเองมีรายได้จากการรับจ้างดูแลผู้สูงอายุในหมู่บ้านได้รับค่าจ้างวันละ 300 บาท ตนเองกับสามีได้เลิกรากันไปนานแล้ว ต้องอาศัยอยู่กับลูกสาวเพียง 2 คน ที่ผ่านมาบุตรสาวเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการเลี้ยงดูครอบครัวมาโดยตลอด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา หัวใจตนเองแทบสลาย เมื่อได้รับแจ้งว่า น้องเจมส์ ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถพ่วง ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ส่วนเพื่อนที่ซ้อนมาด้วยเสียชีวิตคาที่ ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดสระบุรี และย้ายมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอ่างทอง จนแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้านได้ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 60 พร้อมได้ออกเอกสารรับรองความพิการ โดยพิจารณาจากความบกพร่องให้ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ออกหนังสือรับรองใช้แทนบัตรประจำตัวคนพิการไว้ให้แล้ว


นางสายฝนกล่าวอีกว่า ในส่วนของคู่กรณีก็เงียบหายไปหลังที่เคยพูดคุยตกลงกันเรื่องค่าเสียหาย แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เมื่อสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนในเรื่องของคดีความ และทางบริษัทประกันภัยที่ยังไม่ได้รับเงินค่าประกันภัย ก็ได้รับคำตอบจากพนักงานสอบสวนว่าอยู่ระหว่างดำเนินคดี และประสานไปทางบริษัทประกันภัยที่ลูกสาวทำประกันภัยไว้แจ้งมาว่าต้องได้บัตรประจำตัวผู้พิการที่เป็นบัตรแข็งตัวจริงมา และให้แพทย์รักษาให้เป็นที่สิ้นสุดเสียก่อน จึงจะสามารถได้รับเงินค่าประกันภัยจากบริษัท ตนเองก็ยังมีความงงอยู่ว่าทางหน่วยงานราชการได้ออกหนังสือแทนมาให้แล้ว พร้อมแพทย์ก็ได้ออกเอกสารรับรองความพิการให้ จนผู้ได้รับบาดเจ็บก็กลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้านแล้ว

“ทุกวันนี้เงินที่ได้จากเพื่อนร่วมงานที่ร่วมใจกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือเริ่มจะหมดแล้ว ตนเองก็ไม่สามารถออกไปหางานทำได้ เนื่องจากต้องคอยดูแลลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รถกระบะที่ลูกสาวซื้อไว้ให้ใช้ซึ่งตอนนี้เอาไว้ใช้รับส่งลูกสาวเวลาที่ต้องไปตรวจดูอาการทุกเดือน ก็ไม่มีเงินส่งจนอาจจะถูกยึด ซึ่งเบื้องต้นทางหน่วยงานราชการและผู้ใหญ่บ้านได้เข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือได้บ้างตามระเบียบของทางราชการ แต่อยากจะวอนขอผู้ใจบุญที่มีจิตเมตตาให้การช่วยเหลือลูกสาวเคราะห์ร้ายที่ตนเองจะต้องคอยเลี้ยงดูต่อไป” นางสายฝนกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ใจบุญที่มีจิตศรัทธาต้องการที่จะช่วยเหลือสามารถติดต่อประสานงานได้ที่ ผู้ใหญ่พิชัย หาญกล้า ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ตำบลราชสถิตย์ หมายเลขโทรศัพท์ 08-9507-4745 หรือนางสายฝน ปัญญาดี (หมวย) บัญชีเผื่อเรียก ธนาคารออมสิน สาขาอ่างทอง หมายเลขบัญชี 020044748919 หมายเลขโทรศัพท์ 09-8217-1802
cr:http://www.matichon.co.th/news/541031

Loading...

No comments:

Post a Comment