#สาวถูกหามส่ง รพ. ด่วน หลังกินยาลดอ้วนยี่ห้อดัง-แพทย์ชี้เจอสารอันตราย


สาวกินยาลดความอ้วนยี่ห้อดัง 7 วัน ลด 5 กิโลกรัม เกิดวูบ เบลอ พูดไม่รู้เรื่อง ญาตินำส่งโรงพยาบาลด่วน แพทย์ตรวจสอบพบไม่มี เลข อย. -ตัวยาอันตราย 3 ชนิด

วันที่ 26 เมษายน 2560 ภญ.สุภาวดี เปล่งชัย เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ได้ส่งตัวผู้ป่วยหญิงอายุ 35 ปี เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง หลังจากมีอาการเบลอ ปวดท้ายทอย พูดจาไม่รู้เรื่อง และดูง่วงซึม เมื่อซักประวัติพบว่าผู้ป่วยรายนี้กินยาลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่งติดต่อกัน 7 วัน ส่งผลให้น้ำหนักลดทันที 5 กิโลกรัม และเกิดผลข้างเคียงทำให้ร่างกายมีอาการดังกล่าว


โดยผู้ป่วยเล่าว่า เห็นเพื่อนผอมลง ตนจึงถามว่าไปทำอะไรมาเลยทราบว่าได้กินยาลดความอ้วนยี่ห้อดังกล่าว ตนเลยซื้อมากินบ้าง โดยยาลดความอ้วนยี่ห้อนี้ จะกินเป็นชุด ซื้อมาในราคาชุดละ 370 บาท ซึ่งใน 1 ซอง มี 21 เม็ด และให้กินวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ทั้งนี้ตนได้ทานยาติดต่อกัน 7 วัน ส่งผลให้น้ำหนักลดไป 5 กิโลกรัม ต่อมาตนมีอาการเบลอ ๆ ปวดท้ายทอย ญาติจึงนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าว

ด้าน นพ.วันชัย วันทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง กล่าวว่า สำหรับยาลดความอ้วนดังกล่าว ถูกระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่เมื่อตรวจสอบกลับไม่พบเครื่องหมาย อย. ซึ่งพบว่ายาลดความอ้วนยี่ห้อนี้ได้ระบาดหลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยได้รับความนิยมในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาและวัยทำงาน ทั้งนี้จากการส่งตรวจสอบที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าใน 1 ชุด มียาอยู่ 3 ชนิด สารที่พบคือ


- ไซบูทรามีน (Sibutramine) มีผลต่อระบบประสาท ทำให้นอนไม่หลับ ไม่อยากอาหาร ปากแห้ง

- บิซาโคดิล (Bisacodyl) เป็นยาระบาย หากกินต่อเนื่องจะมีผลทำให้หงุดหงิด ตัวบวม

- ไดอะซีแพม (Diazepam) จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทส่วนกลาง ในทางการแพทย์จะใช้เป็นยากล่อมประสาท

อย่างไรก็ตาม ยาทุกตัวที่พบในชุดยาลดความอ้วนดังกล่าว ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อสั่งยา แล้วจ่ายยาโดยเภสัชกรเท่านั้น ไม่สามารถซื้อขายได้เองตามร้านขายยา เพราะส่งผลข้างเคียงกับร่างกาย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคหัวใจ ความดันและหลอดเลือด เนื่องจากตัวยาจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว มีโอกาสเกิดภาวะช็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้ แต่ปัจจุบันมีการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ซึ่งยากแก่การควบคุมดูแลการระบาดของยา ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือผู้บริโภคต้องรู้เท่าทันโทษของยา รวมถึงช่วยเป็นหูเป็นตาให้หน่วยงานอีกทางด้วย

cr:https://hilight.kapook.com/view/152576
Loading...

No comments:

Post a Comment