#ลุ้นระทึกอีก 48 ชม.!! หลังศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี “ตายายเก็บเห็ด” ล่าสุด “ทนายสงกานต์” ได้ออกมาพูดแล้ว จะรอดหรือคุกต้องดู!!! (รายละเอียด)


วันที่ 30 เมษายน 2560 ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวถึงความคีบหน้าคดีตา-ยาย ที่เข้าไปเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าสงวน จึงถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยระบุว่า

รอลุ้นคดี2ตายายเก็บเห็ดฟังคำพิพากษา2พค.นี้!!

..คดีสองตายายเก็บเห็ดที่จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นคดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนตลอดจนแวดวง นักกฎหมายให้ความสนใจอย่างยิ่ง!!!

..กว่า4ปีที่เข้ามาดูแลสำนวนคดีนี้ต้องบอกว่า การทำงานเสมือนกับนับหนึ่งใหม่ในการช่วย ค้นหาความจริงและรวบรวมพยานหลักฐานให้เข้าสู่สำนวนคดีให้ได้มากที่สุดและได้ต่อสู้กับอิทธิพลหลากหลายรูปแบบ!!!

..นายอุดม ศิริสอน จำเลยที่ 1และนางแดง ศิริสอนจำเลยที่2ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากศาลฎีกาหลังจากศาลฎีกาได้ทราบข้อความจริงและเชื่อว่าจำเลยทั้ง2ไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนีหลังจากมีการยื่นคำร้องขอไต่สวนประกอบคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว!!!!

.สิ่งแรกที่กระผมได้ช่วยเขา2คนน้ำตาของแกไหลพรากทันทีที่ก้าวออกพ้นประตูเรือนจำในจังหวัดกาฬสินธุ์ เชื่อว่าถ้าผู้หนึ่งผู้ใดได้เห็นก็ต้องปิติยินดีโดยเฉพาะผู้ที่นำงานเข้าเรื่องนี้มาสู่กระผมคือ พี่จอย จตุรงค์ สุขเอียด แกทั้งน้ำตาซึมและยิ้มกว้างดีใจเป็นพิเศษ !!!!

..หลังจากนั้นได้นำเขา2คนร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ,กองปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอื่นๆ !!!

..ต่อมาด้วยเมตตาของศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้มีการสืบเสาะและพินิจประกอบการพิจารณาของศาลโดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาฬสินธุ์ลงพื่นที่สอบเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติของนายอุดมและนางแดง ศิริสอน เป็นที่เรียบร้อยแล้วและส่งรายงานการสืบเสาะมายังศาล

..และแล้ววันนี้ที่รอคอยก็มาถึงกระผมได้รับหมายแจ้งของศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา ของศาลฎีกาในวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.00น.ที่จะถึงนี้ !!!

.กราบขอบพระคุณทุกๆหน่วยงานรัฐและในกระบวนการยุติธรรมตลอดจนสื่อมวลชนทุก แขนงรวมทั้งสื่อโซเชี่ยลทุกๆเพจและเฟสและ ประชาชนทุกๆท่านไม่ว่าผลคดีจะเป็นเช่นไร เราพร้อมน้อมรับคำตัดสินครั้งนี้ทุกประการ เชื่อว่าคดีนี้จะมีสื่อมวลชนให้ความสนใจเพราะเป็นกรณีศึกษาและคดีตัวอย่างให้กับประชาชน
ตลอดจนแวดวงนักกฏหมาบได้นำมาศึกษาวิเคราะห์และหาจุดพัฒนาการในขั้นตอนของกระบวนการกฏหมายในระบบกล่าวหาของไทยเราเพื่อประโยชน์แก่งความยุติธรรม!!!

“โปรดแชร์ข่าวสารต่อๆกันและอย่าลืมกดติดตามเพจนี้แทนการแอดขอเป็นเพื่อนเนื่องจาก เพื่อนเต็มต้องขออภัยมาณโอกาสนี้ด้วย.”

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 นายอุดม และนางแดง เป็นเพียงชาวบ้านที่เข้าไปเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าดังกล่าวและได้จอดจักรยานยนต์ทิ้งไว้ในพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ยกรถคันดังกล่าวไปตรวจสอบทะเบียนจนทราบว่ามีนายอุดมเป็นผู้ครอบครอง จึงมีการตั้งข้อกล่าวหาว่าทั้งสองว่าบุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่ป่าแห่งนี้รวม 72 ไร่ โดยมีตอไม้ถึง 700 ตอ และมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ยางตลาด แต่ระบุว่าทั้งสองได้บุกรุกป่าเข้าไปกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 12-19 กรกฎาคม 2553 รวม 8 วัน คดีนี้ได้มีการส่งฟ้องถึงชั้นศาล จนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งจำคุกจำเลย 30 ปี จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงพิจารณาลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ก่อนที่จะมีการยื่นฎีกา มีการขอความช่วยเหลือกับทางเครือข่ายฯ เนื่องจากนายอุดม จำเลยในคดีนี้ เข้าใจว่าถูกจับกุมในกรณีที่เข้าไปเก็บเห็ด ประกอบกับเป็นคนหูตึง อ่านหนังสือไม่ออก จึงจำต้องรับสารภาพในคดีจนถูกศาลพิพากษาลงโทษ

เมื่อทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นทนายสงกานต์จึงได้เข้ามาดูแลคดีนี้ให้กับ2ตายาย และในวันที่ 17 มีนาคม 2559 ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 10.30 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย นายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 50 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต , ทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ภายหลังเข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บ้านหนองกุงไทย หมู่ 6 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.มานพ เดื่อมทั้น รองสารวัตร (สอบสวน) กก.3 บก.ป. เพื่อแจ้งความไว้หลักฐานกรณีที่ทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวข่มขู่คุกคาม รวมทั้งติดตามความคืบหน้าคดีที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2557 เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ 72 ไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว

นายสงกานต์ กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์จึงได้เข้าช่วยเหลือด้วยการขอพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย และมีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนี้ใหม่ทั้งหมด จนปรากฎข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ได้ยึดรถจักรยานยนต์ของจำเลยในป่าดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 แต่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาตั้งแต่วันที่ 12-19 กรกฎาคม เป็นการตั้งข้อหาล่วงหน้า แค่มีหลักฐานเพียงจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้เท่านั้น รวมทั้งจากสถานะของจำเลยก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตัดไม้กันตามลำพัง 2 คน ในพื้นที่ 72 ไร่ นอกจากนี้ในรายละเอียดต่างๆ ก็ชี้ชัดว่าหลังจากมีการร้องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีนี้ จำเลยทั้งสองก็ถูกข่มขู่คุกคามจนต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี

นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า การที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ขอมาชี้แจงกับทางจำเลยอย่างละมุนละม่อมในกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ตนขอชี้แจงว่ามันเลยขั้นตอนนั้นไปแล้ว นอกจากนี้เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา มีตำรวจท้องที่เกิดเหตุพยายามจะเข้ามาหาจำเลยทั้งสอง โดยระบุว่าทาง นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใน จ.กาฬสินธุ์ จะให้ทั้งสองไปรับของขวัญเพราะสงสารทั้งสองอย่างมาก แต่ก็ปฎิเสธไป ระหว่างนั้นทางตำรวจก็มีการค้นรถโดยไม่มีหมายศาล เรื่องนี้ตนได้รายงานต่อศาลและสำนักงานคุมประพฤติได้ทราบไปแล้ว รวมทั้งได้พาจำเลยทั้งสองไปพบทางอธิบดีกรมคุ้มครองพยาน เนื่องจากทั้งสองได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าตัดไม้ในเขตป่าสงวนดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว

ด้าน ร.ต.อ.มานพ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้สอบปากคำผู้ร้องและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ดี ในส่วนของคดีเดิมที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกป่าพื้นที่ดังกล่าวรวม 72 ไร่นั้น ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้ว

อ้างอิงข้อมูล เฟสบุ๊ค สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์

ข้อมูลจาก : siamnews
Loading...

No comments:

Post a Comment