แม่ร่ำไห้อุ้มศพเด็ก 11 เดือน พร่ำบอก กลับบ้านเรา วอนอย่าแชร์ไลฟ์แขวนคอ!!



จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญหนุ่มภูเก็ตถ่ายคลิปไลฟ์สดเฟสบุ๊กจับลูกสาววัย 11 เดือนแขวนคอบนตึกโรงแรมร้าง ประชดเมียก่อนผูกคอตายตามเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (24 เม.ย.60 ) จนเป็นประเด็นสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ

ความคืบหน้าในคดีดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (25 เม.ย.60) ที่โรงพยาบาลถลาง อ.ถลาง จังหวัดภูเก็ต บรรดาญาติของที่ ญาตินายวุฒิสรรค์ หรือต้น ของสงวนนามสกุล บิดาของน้อง เบต้า วัย 11 เดือน ที่เสียชิวิตทยอยเดินทางมารอที่ด้านหน้าโรงพยาบาล ก่อนเข้าติดต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพื่อขอรับศพเพื่อไปฝัง ตามพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม ที่กุโบร์นาใน ในพื้นที่ อ.ถลาง

ในส่วนของศพของน้องเบต้านั้น น.ส.จิรานุช หรือ บิว ไตรรัตน์ผู้เป็นแม่ พร้อมญาติๆ ก็ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพ ด้วยเช่นกัน โดยทันทีที่พบศพลูก บิว ก็ร้องให้น้ำตานองหน้า ก่อนจะเข้าอุ้มศพบุตรสาวเดินออกมาขึ้นรถที่จอดรออย่างน่าเวทนา เบื้องต้น ญาติระบุว่าจะนำศพน้องเบต้าไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดศรีสุนทรเป็นเวลา 3 วัน ก่อนทำการฌาปนกิจ

ทั้งนี้ ระหว่างที่มารับศพนั้น ญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายได้พบหน้ากัน ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะมารดาของนาย ต้น ที่โผเข้ากอดยายของน้องเบต้า ก่อนจะพูดสั้นๆ ว่า ฝากน้องเบต้าด้วย ก่อนต่างฝ่ายจะแยกย้ายกันไป

อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนจะทำสำนวนคดี แบ่งออกเป็นสองคดีโดยคดีแรกเป็นคดีฆ่าคนตายโดยมีพ่อของเด็กเป็นผู้ต้องหาและอีกหนึ่งคดีเป็นคดีฆ่าตัวตาย ซึ่งคดีฆ่าคนตายคงจะจบสิ้นเพราะผู้ต้องหาได้เสียชีวิตแล้ว ด้านงานสุขภาพจิตและจิตเวชโรงพยาบาลถลางได้เดินทางมารอญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองรายเพื่อเข้าสู่กระบวนการดูแลสุขภาพจิต

ส่วนสาเหตุเบื้องต้นนั้นเจ้าหน้าที่คาดว่า อาจเกิดความหึงหวง หรือหวาดระแวงภรรยา ของนายต้น จนก่อเหตุขึ้น ส่วนที่ว่าอาจเกิดจากอาการเสพสารเสพติดเข้าไปด้วยก่อนก่อเหตุนั้น ยังไม่มีความชัดเจน ต้องรอผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลรวมถึงผลการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู

ด้านนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับทางจังหวัดภูเก็ตในเบื้องต้นได้ให้การช่วยเหลือโดยมีเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ตและทีมเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ลงไปเยียวยา ให้คำปรึกษาดูแลสภาพจิตใจของภรรยาซึ่งเป็นแม่ของเด็กรวมทั้งมอบเงินช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพและหากเห็นว่าครอบครัวมีความยากลำบากก็จะพิจารณาเงินช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษเพิ่มเติมให้ต่อไป

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวเกิดจากความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว ดังนั้นหากครอบครัวเกิดปัญหาขอให้สมาชิกในครอบครัวปรึกษาหารือกันใช้สติในการแก้ปัญหา และขอความร่วมมือ ประชาชนที่มีคลิปดังกล่าวได้โปรดอย่าแชร์คลิปเหตุการณ์ เพราะจะยิ่งตอกย้ำและกระทบจิตใจครอบครัวของผู้เสียหาย
Loading...

No comments:

Post a Comment