เฮดังลั่น!! กระทรวงคมนาคม ยอมถอย ขอยกเลิกการสอบใบขับขี่แบบใหม่ เพราะเหตุผลแบบนี้!?


เรียกได้ว่าก่อนหน้านี้สร้างความฮือฮาอยู่ไม่น้อย สำหรับการสอบใบขับขึ่ ที่ออกกฏใหม่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งต้องผ่านการอบรมนานถึง 15 ชั่วโมง และล่าสุดทางกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาประกาศแล้วว่า ได้ยกเลิกกฏดังกล่าวแล้ว เนื่องจากประชาชนโวย เรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

วันนี้ (29 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงคมนาคมได้แจ้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ขอถอนกฎระเบียบเรื่องการสอบใบขับขี่ ที่มีการออกกฎกระทรวงว่า ผู้ที่จะสอบใบขับขี่ใหม่ จะต้องผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรเพิ่มขึ้นเป็น 15 ชั่วโมง และประชาชนอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากหากไปอบรมและเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถเอกชนจะมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 4,000-5,000 บาท โดยจะนำกลับไปพิจารณาใหม่ เนื่องจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก



โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่า ความจริงแล้วเรื่องใบขับขี่กับมาตรฐานโรงเรียนสอนขับรถ ตั้งใจจะเอามาตรฐานโรงเรียนสอนขับรถเข้าไปรวมด้วย แต่ต้องกลับมาทบทวนเรื่องมาตรฐานอีกครั้ง เนื่องจากมีกฎระเบียบที่เข้มงวด ทำให้โรงเรียนสอนขับรถต้องมีมาตรฐาน จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง โดยกระทรวงคมนาคมจะชะลอเรื่องนี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้มีการศึกษาอย่างรอบคอบก่อน

สำหรับกรณีผู้ประกอบการรถตู้ที่ขู่จะหยุดวิ่งให้บริการในสิ้นเดือนนี้ หลังขอผ่อนผันการเดินรถให้สิ้นสุดตามระยะเวลาคู่สัญญากับ ขสมก. และขอให้ยกเลิกการปรับลดที่นั่ง 13 ที่นั่ง เป็น 15 ที่นั่งตามเดิม และขอให้ผ่อนผันการติดตั้งจีพีเอส รวมถึงการคาดเข็มขัดนิรภัยให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสาร เรื่องนี้กระทรวงคมนาคมจะเรียกกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้มาหารืออีกครั้งในสัปดาห์นี้ แต่ย้ำว่าทุกมาตรการที่ออกไปก็เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ



ส่วนเรื่องเมาแล้วขับ ล่าสุดทางคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแก้ไขกฎกระทรวงปรับเกณฑ์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดคนขับรถ โดยผู้ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี และผู้ไม่มีใบขับขี่ รวมถึงผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถแบบชั่วคราว ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา สำหรับบุคคลอื่นๆ ยังใช้กฎหมายเดิมคือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ต้องบอกเลยว่างานนี้ประชาชนก็ได้เฮกันดังลั่น แต่อย่างไรก็ถือว่าหากใบขับขี่ได้มาง่ายเกินไปก็คงจะเกิดปัญหาเหมือนดังเช่นที่ผ่านมาอีกแน่ ฉะนั้นประชาชนทุกคนก็ควรจะเคารพกฏจราจร และคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนด้วยรนะคะ

ที่มา kaijeaw
Loading...

No comments:

Post a Comment