เธอเป็นลูกนอกสมรส ที่ใช้ร่างกายแลกเพื่อสิ่งที่ต้องการ เธอแต่งงานกับเขาตอนอายุ 24 ปีและในที่สุดก็ได้เป็น “สุภาพสตรีหมายเลข 1”


เวลายาวสั้นที่ใช้ชีวิตไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของมันเลย

หน้าตาสวยงามเป็นข้อได้เปรียบ แต่การมีชีวิตที่สวยงามเป็นความจริง

การที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะเป็นภรรยาของประธานาธิบดีถือเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

แต่

เธอที่ไม่มีประกาศนียบัตร ทำเป็นแค่การเต้น

กลับได้กลายเป็น “สตรีหมายเลขหนึ่ง”



Evita เกิดมาโดยมีชีวิตที่ต่ำต้อย แม่ของเธอ Juana เป็นช่างเย็บผ้าจนๆ ที่ตกหลุมรักเกษตรกรที่มีเมียแล้ว แต่ก็ยังมีลูกกับเขาถึง 5 คน ด้วยคิดว่าเขาจะดูแลลูกและตัวเองไปตลอด แต่เมื่อ Evita ยังเล็กเขาก็ทอดทิ้งพวกเธอไป

เนื่องจากไม่มีพ่อ Evita จึงถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆ แม่ของเธอต้องทำงานเลี้ยงดูลูกๆ 5 คนเพียงลำพัง ทุกวัน Evita ไม่เคยกินอิ่ม เด็กก็เลยเป็นเด็กรูปร่างผอมๆ

เมื่อพ่อที่ทิ้งพวกเธอไปเสียชีวิต แม่พาพวกเธอไปร่วมงานแต่ถูกคนไล่ออกมา ทำให้ Evita สาบานกับตัวเองว่า : “เธอจะต้องเป็นคนยิ่งใหญ่ในอาร์เจนตินา”

เพื่อจะได้เดินทางไปเมืองหลวง เธอใช้ร่างกายของเธอเพื่อแลกมา



ในยุคนั้นของอาร์เจนตินา การเป็นนักแสดงเป็นทางลัดให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จมีหน้ามีตา เพียงแค่เป็นนักแสดงชีวิตก็เปลี่ยนได้

เมื่อโตขึ้น เธอก็สะสวยและทรงเสน่ห์มากขึ้น Evita ตั้งเป้าหมายไว้ว่าเธอต้องเป็นนักแสดง



ตอนเธออายุ 15 ปี มีนักร้องชาย Agustin Majiaerdi มาแสดงในเมือง เธอวางแผนที่จะไปพบเข้า ใช้ร่างกายของเธอเป็นทางผ่านให้เขาพาเธอไปที่เมืองหลวง



ไม่มีผู้ชายคนไหนอดได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาวน้อยหน้าตาน่ารักไร้เดียงสา Majiaerdi พา Evita กลับไปด้วย แต่ไม่นานเขาก็ทิ้งเธอเพราะตัวเองก็มีเมียแล้ว



เมื่อถูกทิ้งในเมืองใหญ่ นับตั้งแต่ Evita โดนพ่อทิ้งก็ทำให้เธอไม่สนว่าต้องใช้วิธีไหนถึงจะได้มา เธอกลายเป็นนักเต้นเซ็กซี่ในบาร์ ทุกวันวนเวียนอยู่ในบาร์ โรงละคร และโรงแรม กับชายมากหน้าหลายตา เธอใช้ร่างกายแลกชื่อเสียง



นายพล, เจ้าของบริษัท, ช่างถ่ายรูป, ผู้กำกับภาพยนตร์ ล้วนหลงใหลในตัวเธอ เพียงแค่มีประโยชน์กับอาชีพเธอ เธอไม่เคยปล่อยไป



ในที่สุดเธอก็ให้ช่างภาพมีชื่อคนหนึ่งถ่ายภาพเธอลงนิตยสาร ด้วยความสะสวยแต่กำเนิดทำให้เธอมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว ต่อมาเธอก็ได้ถ่ายโฆษณาในนิตยสาร ได้เป็นพิธีกร และได้เล่นหนัง...



เธอกลายเป็นหญิงสาวในฝันของหนุ่มๆทั้งอาร์เจนตินา และกลายเป็นดาวดวงใหญ่ในวงการบันเทิง



เธอในวัย 25 ปีได้พบกับเขาในวัย 49 ปี โชคชะตาได้นำพาให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

ในปีที่เธออายุ 25 ปีเธอก็มีโอกาสได้พบกับบุคคลระดับวีไอพีมากมาย เดือนมิถุนายนปี 1943 ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เธอได้เจอกับพันเอก Colonel Veron นักการเมืองดาวรุ่งของประเทศ

ในงานเลี้ยงเขาขึ้นพูดบนเวที นโยบายเพื่อคนจนของเขาดึงดูดความสนใจของ Evita ได้เป็นอย่างมาก ทั้งคำพูดและการแสดงอารมณ์ของเขาทำให้เธอตัดสินใจว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเธอจะต้องเป็นภรรยาของชายคนนี้ให้ได้

พันเอก Veron ในวัย 49 เป็นพ่อหม้าย เขาเองก็ชื่นชมในบุคลิกและเสน่ห์ของ Evita สองคนก็เลยเริ่มคบกัน Evita บอกเรื่องราวในอดีตของเธอกับเขา เธอกลัวว่าเขาจะรังเกียจ แต่เขากลับว่า : “เด็กน้อย คุณยังเด็กนัก แต่ต้องเจอกับความยากลำบากมามาก นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ ผมจะรักคุณตลอดไป ทำให้คุณลืมความเจ็บปวดในอดีตทั้งหมด” คำพูดของเขาได้ใจเธอไปเต็มๆ

แม้ว่าตอนนั้นจะมีคนว่าเธอว่า “เธอมาจากชนชั้นต่ำต้อย ยากจน และเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย” แต่ Evita ก็ได้แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นตัวแทนของคนชั้นล่าง ที่สามารถเข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มชนชั้นชาวอาร์เจนตินาได้



การเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนและผ่านความลำบากมามากมายทำให้เธอแตกต่างจากผู้หญิงชั้นสูงทั่วไป เธอเดินทางไปพบคนระดับรากหญ้า เข้าร่วมกิจกรรมการกุศลนานาชนิด พูดคุยจับมือกับคนยากจน ความสง่างามและอ่อนโยนของเธอพิชิตจิตใจคนมากมาย

หลังสามีโดนจับกุมตัว เธอก็เดินทางไปพูดทั่วประเทศเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ได้เป็นภรรยาของประธานาธิบดี!

เพราะว่าการสนับสนุนประชาธิปไตย ปกป้องผลประโยชน์ของคนชั้นล่าง Veron ก็เลยโดนพวกที่ไม่เห็นด้วยส่งเข้าไปอยู่ในคุก Evati ไม่ได้เสียใจจนทำอะไรไม่เป็น เธอเดินทางไปพูดตามที่ต่างๆด้วยตัวเอง เอาเรื่องราวดำมืดในอดีตของตน มาเป็นเครื่องมือที่จะเอาชนะใจคนทั่วไป



ความเจ็บปวดของพวกคุณ เธอเคยเจอ

ความยากจนของพวกคุณ ฉันเคยผ่าน

Veron ช่วยฉันไว้ เขาก็จะช่วยพวกคุณ

Veron จะช่วยเหลือคนจน สนับสนุนคนจน

ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น เขาก็คงไม่รักฉันมากขึ้นทุกวัน



นี่เป็นท่อนหนึ่งในการขึ้นพูดบนเวทีของเธอที่โด่งดังมาก เธอติดต่อกับสหภาพแรงงาน และโรงงานต่างๆเพื่อเข้าไปพูดให้ผู้คนฟัง ทำให้ทั่วทั้งประเทศตื่นตัว



หลังความพยายามของ Evita เป็นเวลา 5 วันเต็มๆ Veron ก็ได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ แล้วก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา เธอในวัย 27 ปีก็ได้กลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1



Evita กลายเป็นสตรีหมายเลข 1 เป็นตัวแทนของชนชั้นที่ยากจน จัดทำสวัสดิการเพื่อคนจน คนตกงาน ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว แม่ที่ไม่ได้แต่งงาน คนจรจัด คนสูงอายุ และเธอจัดทำนโยบายความเท่าเทียมของผู้หญิง



เธอก่อตั้งมูลนิธิ “สุภาพสตรีหมายเลข 1” เพื่อคนยากจนของประเทศ ได้รับคัดเลือกจากการลงคะแนนและเป็นที่รักของทุกคน



วันที่ 9 เดือนมกราคม 1949 เธอล้มลงในงานตัดริบบิ้นแห่งหนึ่ง คุณหมอตรวจพบว่าเธอเป็นมะเร็งในมดลูก ขณะนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Evita ก็ไม่ลืมหน้าที่ที่เธอต้องทำ แม้ว่าจะนอนอยู่บนเตียงก็ต้องทำงาน



เมื่ออาการของเธอดีขึ้น เธอก็เริ่มเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆอีกครั้ง มีอยู่ครั้งนึงภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงเธอได้ขึ้นพูดบนเวทีไปแล้วถึง 7 ครั้ง เธอว่า : “แม้ต้องเผาไหม้ตัวเอง ฉันก็จะทำเพื่อคนจน”



วันที่ 4 เดือนมิถุนายน 1952 เธอในตอนนี้เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ก็ยังยืนยันที่จะไปปรากฏตัวในพิธีขึ้นรับตำแหน่งครั้งที่สองของสามี เธอสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวหนาเพื่อปกปิดร่างกายที่ผอมซูบ พยุงตัวเองด้วยที่เดิน 4 ขายืนโบกมือให้ประชาชน



วันที่ 26 เดือนกรกฎาคม เวลา 8:25 น. เธอเรียก Veron เข้าไปที่ข้างเตียงคนไข้ : “ชีวิตนี้ ฉันจะเสียน้ำตาตอนป่วยเท่านั้น” แล้วก็บอก Veron เบาๆว่า: “ฉันต้องไปแล้ว” เธอจากไปตอนอายุได้ 33 ปี



ในวันงานศพ ประชาชน 7 แสนคนทั่วประเทศมุ่งตรงไปที่เมืองหลวง เพื่อไปจูบโลงแก้วของเธอ มีคนเสียชีวิตถึง 16 คนเนื่องจากการเบียดกัน เพื่อแสดงความระลึกถึงเธอ คนอาร์เจนตินาเอารูปเธอไปใส่ไว้บนธนบัตรเพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด





จนถึงทุกวันนี้ เธอโดนชาวอาร์เจนตินาเรียกว่า “แม่ของแผ่นดิน” เป็นผู้หญิงชาวอาร์เจนตินาที่สวยที่สุด



จากลูกนอกสมรส นักเต้นข้างถนน โสเภณี จนกลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่มีคนรักทั้งประเทศ ชีวิตสั้นๆ เพียง 33 ปี แต่แสนยิ่งใหญ่ จนกลายเป็นตำนาน
Loading...

No comments:

Post a Comment