ปาฎิหาริย์บังเกิด!!!… กลางงานครบ100ปี จุฬาฯ “น้ำตาฟ้า”โปรยปราย ขณะถวายความอาลัยแด่ในหลวงร.๙ แต่กลับเกิดอัศจรรย์บางอย่างเมื่อสมเด็จพระเทพฯเสด็จมา !!!(รายละเอียด)



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา คุณฟองสนาน จามรจันทร์ ได้เผยแพร่ภาพและข้อความ ดังนี้…



ปาฎิหาริย์..จะๆๆๆ..บันทึกไว้ให้เป็นหลักฐานในงานรำลึกจุฬาฯร้อยปี งานร้อยปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คืนวันที่26มีนาคม2560 เวลาประมาณ20.00น.ขณะบนเวทีกำลังมีการแสดงสื่อผสมต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพฯที่เสด็จฯทรงมาเป็นองค์ประธานในพิธี ขณะที่กำลังแสดงถึงองค์ที่รำลึกและถวายความอาลัยแด่ในหลวงร.9 ฝนตั้งเค้ามาชนิดฟ้าแดง… แล้วทิ้งเม็ดปรอยๆลงมาขณะบนเวทีกำลังร้องเพลงลาแล้วจามจุรี..เสมือนพรมน้ำมนต์.หรือ.น้ำตาฟ้า?บางคนกางร่ม..บางคนยอมจะเปียก ผู้เขียนใช้ถุงพาสติกหุ้มกระเป๋าถือไว้



แต่ครั้นเวลาประมาณ..20.25น.ขณะสมเด็จพระเทพฯทรงอยู่บนเวทีพร้อมคณะกรรมการผู้จัดงาน..และผู้มาร่วมงานด้านล่างเวทีเรือนหมื่นร่วมจุดเทียนร้องเพลงมหาจุฬากรณ์ซึ่งเป็นเพลงสุดท้าย… ฝนหยุด..!!!!!ค่ะ..หลังจากนั้นฟ้าเปิดมองจากสนามหน้าหอประชุมจุฬาฯที่จัดงานเห็นดาววับวาวบนฟ้าทางสามย่าน…..ผู้เขียนกับเพื่อนๆ..เช่นโรจน์ไทยรัฐ..โอ่ง..ป้อม..ตุ้ม..กลุ่มนิเทด10 มองหน้ากัน…พูดไม่ออก..แต่คำถามคือ…พระสยามเทวาธิราชพระองค์ใดหนอ..ที่ทรงเป็นเจ้าแห่งฝนและทรงอำนวยพรให้เห็นจะๆๆเช่นนี้….ข้ามา….ข้าเห็นด้วยตา……..งานร้อยปีจุฬาฯ





























การนี้ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ และทรงคม จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบาตร บริเวณเสาธงหน้าหอประชุมจุฬาฯ ร่วมกับเหล่าคณาจารย์ บุคลากร นิสิต นิสิตเก่า หลังจากทรงบาตรแล้ว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับบุคลากรต่างๆซึ่งร่วมตักบาตรในลานบริเวณเสาธงฯ ด้วย





จากนั้น เวลา 08.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคม และเสด็จฯไปประทับพักพระราชอิริยาบถ ณ ห้อง 111 เสวยพระกระยาหารเช้า เสร็จแล้วเสด็จฯ ไปยังห้อง 105 โดยมีนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี เฝ้าฯรับเสด็จ ทั้งนี้ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กราบบังคมทูลถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ และขอพระราชทานพระราชานุญาต เบิกผู้แทนกลุ่มประชาคมจุฬาฯ เข้าเฝ้าฯถวายธูปเทียนแพ และเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย







การนี้ศ.กิตติคุณ ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ซึ่งปีนี้จุฬาฯ ทูลเกล้าฯถวายหนังสือ “หนึ่งร้อยปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าเรื่องการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย” ผลงานของ ศ.กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ และศ.กิตติคุณ ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์

เมื่อเสด็จฯถึงโครงการอุทยานจุฬาฯ 100 ปี ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้าย อุทยานจุฬาฯ 100 ปี และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปลูกต้นจามจุรี 9 ต้นหน้าอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งแต่ละต้นล้วนเป็นต้นกล้าที่เพาะมาจากต้นจามจุรีที่ในหลวงร.9 ทรงปลูกไว้หน้าหอประชุมจุฬาฯ เมื่อ 15 มกราคม 2505 การนี้ทรงปลูกแต่ละต้นให้มีระยะห่างกัน 9 เมตร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นเสด็จฯไป ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้จัดแสดงตัวอย่างพระราชกรณียกิจต่างๆอาทิ ฝนหลวง ในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ และทอดพระเนตรพื้นที่ปลูกต้นไม้พระราชทาน 100 ต้น ที่อยู่ด้านข้างตัวอาคาร โดยต้นไม้พระราชทาน 100 ต้นนี้เป็นพันธุ์ไม้จากวังสระปทุม 100 สายพันธุ์ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอุทยานจุฬาฯ 100 ปี และเสด็จฯ ไปยังอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ เสวยพระกระยาหารกลางวัน และเสด็จฯกลับ



ต่อจากนั้นเสด็จฯไปยังโถงอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างประเทศจากทั้งหมด 33 มหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยเกียวโต, มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน, เดอ ลา ซาลล์ ยูนิเวอร์ซิตี้ และ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ควีนแลนด์ และเสด็จฯ ไปยังโครงการอุทยานจุฬาฯ 100 ปี



ทั้งนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์สองพระองค์คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดมหาวิทยาลัยและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงสถาปนามหาวิทยาลัย การนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ประดิษฐานมหาวิทยาลัยขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม 2459 และพระราชทานนามว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ภายในงานมีเหล่าประชาคมจุฬาฯ และบุคคลสำคัญในประเทศมาร่วมงานคับคั่ง อาทิ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักรัฐมนตรี





ทำเอาทั้งโลกโซเชียลซึ้งและแสดงความจงรักภักดีกันอย่างเนืองแน่น…











Loading...

No comments:

Post a Comment